‘ข้าวแช่’ อาหารคลายร้อนระดับชาววังเพื่อสุขภาพ

0
74

เมื่อถึงหน้าร้อน หลายคนมักโหยหาอาหารหรือเครื่องดื่มที่สามารถดับอุณหภูมิสูงจัดในร่างกาย เพื่อตัวเองรู้สึกสดชื่น พร้อมทำกิจกรรมต่างๆ ท่ามกลางสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยไอร้อนจากพระอาทิตย์และสิ่งรอบข้าง สำหรับประเทศไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องของอากาศร้อนจัด ก็คงไม่พลาดเมนูอาหารสุดพิเศษที่หาทานได้บ่อยในฤดูร้อนอย่างแน่นอน! โดยอาหารที่ว่าเมนูที่สามารถหาทานได้ง่าย และราคาไม่แพง แม้ว่าจะเคยเป็นอาหารชาววังมาก่อน ซึ่งชื่อของเมนูนี้ก็คือ ‘ข้าวแช่’ นั่นเอง!

 

(ขอขอบคุณภาพ : ข้าวแช่บ้านพระนาง)

 

ความเป็นมาของข้าวแช่

แต่เดิมแล้ว ข้าวแช่เป็นอาหารพื้นบ้านของชาวมอญ (ชนกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่งที่เคยอาศัยในพม่า) เป็นเมนูที่ชาวมอญนิยมทำเพื่อเป็นการบวงสรวงเทวดา และถวายพระสงฆ์ รวมไปถึงญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและผู้อื่น

ในสมัยรัชกาลที่ 4 และ 5 มีการบันทึกว่าข้าวแช่ ถือว่าเป็นอาหารของชนชั้นสูง หรือหาทานกันได้แค่ในรั้ววังเท่านั้น โดยจะเรียกว่า ‘ข้าวเสวย’ หรือ ‘ข้าวแช่เสวย’ หมายถึงข้าวแช่ที่ปรุงขึ้นเพื่อให้พระมหากษัตริย์เสวย ซึ่งชาวบ้านธรรมดาไม่มีโอกาสที่จะได้ทานอาหารชนิดนี้กัน จนกระทั่ง มีการเผยแพร่วัฒนธรรมการทานข้าวแช่ให้คนพื้นบ้านได้รู้จัก และมีการพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ  จนเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายและหาทานได้ง่ายในหมู่ชาวบ้าน

ข้าวแช่มีอะไรบ้าง

วัตถุดิบหลักของการทำข้าวแช่ คงไม่พ้น ‘ข้าวสวย’แน่นอน นิยมใช้ข้าวสารอย่างดี เพราะเวลาที่อยู่ในน้ำจะลอยเป็นเม็ด มีความสวยงาม จากนั้นเป็น ‘น้ำต้มสุก’ หรือ ‘น้ำฝน’เพื่อความสดชื่น โดยในสมัยก่อน คนโบราณจะนิยมใช้น้ำฝนเอามาทำข้าวแช่ เพราะจะมีความเย็นอยู่ในตัว หรืออาจจะใส่ ‘พิมเสน’ เข้าไปเพื่อให้น้ำมีความเย็นขึ้นมา เนื่องจากสมัยก่อนยังไม่มีน้ำแข็ง และสองอย่างสุดท้ายคงหนีไม่พ้น ‘ดอกมะลิ’ และ ‘เทียนอบ’ เพื่อให้ข้าวแช่มีกลิ่นหอมชวนทานมากยิ่งขึ้น

 

(ขอขอบคุณภาพ : joinalifethailand.com)

ในเมื่อมีข้าวแช่แล้ว ก็ต้องมี ‘เครื่องเคียง’ ในการทานด้วย! โดยจะมีหลักๆ ดังนี้

  1. ลูกกะปิ คือ เอาปลาช่อนย่าง, กระชาย, ตะไคร้, หัวหอม, กะปิ และหัวกะทิ นำมาปั้นเป็นลูกกลมๆ ขนาดพอดีคำ ชุบไข่และแป้งสาลีทอดในกะทะจนสีเหลืองทอง ซึ่งลูกกะปินับว่าเป็นตัวชูรสในข้าแช่ได้อย่างดี
  2. หอมแดงยัดไส้ คือเอาหัวหอมมาคว้านเนิ้อออก ยัดไส้เข้าไป แล้วนำไปชุบไข่และแป้งก่อนนำไปทอด
  3. พริกหยวกสอดไส้
  4. หมูฝอย หรือ เนื้อฝอย
  5. ไชโป๊ผัดไข่
  6. ผักสดๆเช่น แตงกวา, ต้นหอม, มันแกว, พริกชี้ฟ้า และมะม่วงดิบ เป็นต้น

 

 

(ลูกกะปิ)

(ขอขอบคุณภาพ : joinalifethailand.com)

 

วิธีทานข้าวแช่

เนื่องจากเป็นอาหารที่เคยอยู่ในรั้ววัง เลยต้องมีวิธีการทานที่ละเมียดละไมเล็กน้อย คือ ทานเครื่องเคียงก่อนแล้วค่อยตักข้าวแช่ตาม โดย ‘ห้าม’ เอาเครื่องเคียงลงในข้าวแช่เด็ดขาด เพราะจะทำให้สีของน้ำไม่สวย และกลบกลิ่นของดอกมะลิหรือควันเทียนได้ โดยส่วนมากจะนิยมทานลูกกะปิก่อนเพราะมีรสสัมผัสที่จัดจ้านที่สุด

 

เปิดวาร์ปร้านข้าวแช่ในกรุงเทพฯ

 

(ขอบคุณภาพ : wongnai.com)

  1. JIM THOMPSON RESTAURANT AND WINE BAR Rama 1

พิกัด : 8, ซอยเกษมสันต์ 2, วังใหม่, กรุงเทพมหานคร, 10330, ประเทศไทย กรุงเทพมหานคร อยู่ภายในพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน

เบอร์โทร : 02-612-3601

เวลาเปิดบริการ ทุกวัน : 10:00 – 17:00 18:00 – 23:00

 

(ขอบคุณภาพ : wongnai.com)

 

 

  1. Miss Siam (โรงแรม Hua Chang Heritage)

พิกัด : ชั้น 1 โรงแรม Hua Chang Heritage ถ. พญาไท ปทุมวัน

เบอร์โทร : 02-217-0777

เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 11.30-22.30 น. แต่เมนูข้าวแช่ให้บริการเวลา 11.30-14.30 น.

 

(ขอบคุณภาพ : siam2nite.com)

 

  1. หลายรส ทองหล่อ

พิกัด : 120/4 ซอย สุขุมวิท49 (กลาง) วัฒนา กทม. ตรงข้ามโรงพยาบาลสมิติเวช คลองตันเหนือ , วัฒนา , กรุงเทพมหานคร

เบอร์โทร : 02-391-3193

เวลาเปิดบริการ : จันทร์ : 10.00-15.00 น.  อังคาร-อาทิตย์ : 10.00-21.30 น.

 

(ขอบคุณภาพ : siam2nite.com)

  1. ข้าวแช่แม่ศิริ

พิกัด : ซอยไกรสีห์ ตรอกไกรสีร์ ถนนพระอาทิตย์ ตลาดยอด พระนคร กรุงเทพมหานคร

เบอร์โทร : 081-448-9924

เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน ตั้งแต่ 11.00-16.00 น.

 

 

  1. ข้าวแช่เพชรบุรี ตลาดนางเลิ้ง

พิกัด : ถนน นครสวรรค์ ในตลาดนางเลิ้งวัดโสมนัส ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เบอร์โทร : 064–224-4944

เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน : 07:00 – 17:00

ขอบคุณภาพและข้อมูล : wongnai, siam2nite, meetthinksjoinalifethailand.com

 

เรื่องโดย : The Dawn